หมวดที่ 1: ความทั่วไป
หมวดที่ 2 : สมาชิก
หมวดที่ 3 : การดำเนินกิจการสมาคม
หมวดที่ 4 : การประชุมใหญ่
หมวดที่ 5 : การเงินและทรัพย์สิน
หมวดที่ 6 : การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม
หมวดที่ 7 : บทเฉพาะกาล


ข้อ 1. สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมเดอะบอสส์ (THE BOSS ASSOCIATION)
   
ข้อ 2.
เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นรูป อักษรตัว บี ที่เป็นรูปนกอินทรีบินเฉียงขึ้นไป 45 องศา
รูปของเครื่องหมายสมาคม
   
ข้อ 3. สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ เลขที่ 8/20 หมู่ 7 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
   

ข้อ 4.

วัตถุประสงค์ของสมาคมเพื่อ

4.1 เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการศึกษาและเพิ่มพูนสมรรถภาพของสมาชิก
4.2 ส่งเสริมลู่ทางในการร่วมมือกันทางด้านธุรกิจและการลงทุนในหมู่สมาชิกของสมาคม
4.3 ส่งเสริมสามัคคีธรรมและความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่สมาชิก
4.4 พบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนข่าวสาร ความคิดเห็น และประสบการณ์ ของสมาชิก
4.5 ส่งเสริมจรรยาบรรณของนักบริหารบนพื้นฐานของคุณธรรม อันเป็นประโยชน์ต่าสังคมและประเทศชาติ
4.6 ดำเนินการและร่วมมือกับองค์การการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณะประโยชน์
4.7 สมาคมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองใด ๆ

ข้อ 5.

ประเภทสมาชิก สมาชิกของสมาคมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลที่ทางสถาบันการบริหารและจิตวิทยา (MANAGEMENT AND PSYCHOLOGY) พิจารณารับเข้าไปฝึกอบรมหลักสูตร THE BOSS
5.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลที่คณะกรรมการสมาคมเห็นว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือเป็นผู้ที่มีอุปการะคุณ แก่สมาคม ซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับสมาชิกของสมาคม โดยคณะกรรมการได้เชิญเข้ามา เพื่อเป็นผู้อุปถัมภ์ หรือเป็นเกียรติแก่สมาคม และบุคคลผู้นั้นตอบตกลงรับคำเชิญ
   

ข้อ 6.

สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

6.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
6.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย บุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
6.3 ไม่เคยเป็นบุคคลที่เคยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลมาก่อน เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่อัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือความผิดซึ่งกระทำโดยประมาท
6.4 ไม่เป็นโรคอันพึงรังเกียจของสังคม
6.5 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
   

ข้อ 7.

ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม

7.1 สมาชิกสามัญ
7.1.1
ชำระค่าบำรุงสมาคมโดยการต่ออายุสมาชิกเป็นรายปี
- ค่าลงทะเบียนแรกเข้า 500 บาท (ห้าร้อยบาท)
- ค่าบำรุงสมาคมประจำปี ปีละ 500 บาท (ห้าร้อยบาท)
รวมค่าสมาชิกแรกเข้า 1,000 บาท (หนึ่งพันบาท)
7.1.2
ชำระค่าบำรุงสมาคมโดยการสมัครเป็นสมาชิกตลอดชีพ
- ค่าลงทะเบียนแรกเข้า 500 บาท (ห้าร้อยบาท)
- ค่าบำรุงสมาคมตลอดชีพ 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาท)
รวมค่าสมาชิกแรกเข้า 10,500 บาท (หนึ่งหมื่นห้าร้อยบาท)
7.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องชำระค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
   
ข้อ 8.

การสมัครสมาชิกของสมาคม ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญของสมาคมจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตาม ข้อ 5. และ ข้อ 6.

การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการ นำใบสมัครเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการในคราวต่อไปครั้งแรก หลังจากที่ได้รับใบสมัคร เมื่อคณะกรรมการมีมติให้รับหรือไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิกให้เลขาธิการมีหนังสือแจ้งให้ผู้นั้นทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันลงมติ

   
ข้อ 9. วันเริ่มสมาชิกภาพ สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ได้ออกหนังสือแจ้งการเป็นสมาชิก
   
ข้อ 10. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติ ให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม
   

ข้อ 11.

สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้

11.1
ตาย
11.2 ขาดคุณสมบัติของสมาชิกตามข้อ 6.
11.3 ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการเห็นชอบ
11.4 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย
11.5 ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
11.6 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่อัตราโทษไม่สูงกว่า ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
11.7 คณะกรรมการลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน กรรมการทั้งหมด ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้
11.7.1 กระทำการใดๆ ที่ทำให้สมาคมเสื่อมเสียชื่อเสียงโดยเจตนา
11.7.2 กระทำการละเมิดข้อบังคับโดยเจตนา
11.7.3 ไม่ชำระเงินค่าบำรุงสมาคมประจำปี และได้รับใบเตือนจากเจ้าหน้าที่ครบสามสิบวันแล้ว
11.8 ผู้เข้าอบรมในหลักสูตรของสถาบันฯ โดยไม่จบหลักสูตรภายใน 2 ปี
   

ข้อ 12.

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

12.1 สิทธิของสมาชิก
12.1.1 ได้รับความช่วยเหลือและการสงเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคม จากสมาคมเท่าที่จะอำนวยให้
12.1.2 เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคม หรือคณะกรรมการในเรื่องใดๆ อันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของสมาคม
12.1.3 เข้าร่วมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็น ซักถามกรรมการ เสนอญัตติในการประชุมใหญ่สมาชิก
12.1.4 มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม
12.1.5 สมาชิกสามัญเท่านั้นที่มีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ และมีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการ
12.2 หน้าที่ของสมาชิก
12.2.1 ต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
12.2.2 ดำรงรักษาเกียรติ และผลประโยชน์ของสมาคม ไม่นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมโดยเด็ดขาด
12.2.3 ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของสมาคมให้เจริญรุ่งเรือง มีความก้าวหน้าอยู่เสมอ
12.2.4 ต้องรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีระหว่างสมาชิก
12.2.5 ชำระค่าสมาชิกให้แก่สมาคมตามกำหนด
12.2.6 สมาชิกผู้ใดเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล สัญชาติ หรือย้ายที่อยู่ ที่ตั้งสำนักงาน หรือเปลี่ยนแปลงประเภทวิสาหกิจจะต้องแจ้งให้เลขาธิการทราบเป็นหนังสือภายในเวลา 30 วัน นับแต่เปลี่ยนแปลง
12.2.7 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

ข้อ 13.

ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เป็นผู้บริหารงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม และเป็นผู้แทนของสมาคม ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ประกอบด้วย สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่าสิบคน

ให้คณะกรรมการรุ่นของเดอะบอสส์จากสถาบัน MANAGEMENTANDPSYCHOLOGYมีสิทธิ์แต่งตั้งตัวแทนเข้าร่วมประชุม กับคณะกรรมการบริหารสมาคม และมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมเดอะบอสส์ จำนวนรุ่นละสามคน เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่ ครั้งนั้นๆ จะมีมติเป็นอย่างอื่น

การเลือกตั้งนายกสมาคมเดอะบอสส์ ให้กระทำด้วยวิธีลงคะแนนลับ โดยเลือกตั้งจากคณะกรรมการของสมาคม ซึ่งเป็นตัวแทนรุ่นที่ได้รับเลือกตั้งเข้าเป็นคณะกรรมการสมาคม ซึ่งที่ประชุมใหญ่จะต้องเสนอชื่อ ผู้มีสิทธิได้รับเลือกตั้ง เป็นนายกสมาคม โดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสามคน แล้วให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติรับรอง ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุด เป็นนายกสมาคม ถ้ามีผู้ได้คะแนนสูงสุดเท่ากัน ให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติใหม่เฉพาะผู้ได้คะแนนเท่ากัน หากปรากฏว่า ได้คะแนนเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลาก

ให้นายกสมาคมที่ได้รับเลือกตั้ง ตั้งคณะกรรมการเพื่อบริหารสมาคมอันประกอบด้วย ตำแหน่งอุปนายก เลขาธิการ เหรัญญิก ปฏิคม ประชาสัมพันธ์ สมาชิกสัมพันธ์ วิชาการและกิจกรรมพิเศษ นายทะเบียน ซึ่งในแต่ละตำแหน่ง จะประกอบด้วยกรรมการจำนวนไม่เกิน 5 คน และตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ด้วยความเห็นชอบของนายก สมาคม ที่จะได้กำหนดหน้าที่ตามที่เห็นสมควร

คณะกรรมการบริหารของสมาคมจะเชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่เห็นว่าเหมาะสมมาเป็นกรรมการกิตติมศักดิ์จำนวนเท่าใดก็ได้ โดยได้รับความเห็นชอบของที่ประชุมกรรมการบริหารสมาคม

อนึ่งเพื่อให้การบริหารงานของสมาคมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้คณะกรรมการกิตติมศักดิ์มีหน้าที่คอยให้คำปรึกษา และคำเสนอแนะช่วยเหลือการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารสมาคม ตลอดจนมีสิทธิ์ในการเข้าร่วมประชุม กับคณะกรรมการบริหารสมาคม

คณะกรรมการของสมาคมอยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปี

ภายใต้ข้อบังคับของสมาคม นายกสมาคมหรือกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว อาจได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นนายกสมาคม หรือกรรมการ สมาคมอีกก็ได้

ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม จะได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม เกินกว่าสองคราว ติดต่อกันมิได้

   

ข้อ 14.

การพ้นจากตำแหน่งกรรมการ กรรมการย่อมพ้นจากตำแหน่งในกรณีดังต่อไปนี้

1. ครบกำหนดออกตามวาระ
2. ลาออกโดยคณะกรรมการได้ลงมติอนุมัติแล้ว
3. ขาดจากสมาชิก
4. ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนออกจากการเป็นกรรมการ
   
ข้อ 15. กรณีที่มีกรรมการพ้นจากตำแหน่งกรรมการก่อนครบกำหนดออกตามวาระ
คณะกรรมการอาจตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งให้เป็นกรรมการแทนได้ แต่กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งแทนนี้ให้เป็นกรรมการอยู่ได้ตามวาระของผู้ที่ตนทดแทน
กรณีที่คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะหรือดำรงตำแหน่งน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดก่อนครบกำหนดวาระ ให้คณะกรรมการซึ่งอยู่ในตำแหน่งในเวลานั้น ดำเนินการจัดประชุมใหญ่สมาชิกเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่
คณะกรรมการซึ่งได้รับเลือกนั้งตามวรรคก่อน อยู่ในตำแหน่งได้ตามวาระของคณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งไป
   
ข้อ 16. องค์ประชุมในการประชุมของคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะนับว่าเป็นองค์ประชุม
ในกรณีที่มีจำนวนกรรมการในคณะกรรมการมาประชุมน้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด กรรมการที่เหลืออยู่ย่อมทำกิจการได้ เฉพาะแต่เรื่องที่จะตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่ง หรือหลายคนเป็นกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง หรือนัดเรียกประชุมใหญ่ หรือกระทำกิจการอันสมควรทุกอย่างเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของสมาคมเท่านั้น
   
ข้อ 17. มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ผู้เป็นประธานในที่ประชุมมีคะแนนเสียงอีกเสียงหนึ่งเป็นผู้ชี้ขาด
   
ข้อ 18. ประธานในที่ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อุปนายกผู้อาวุโสตามลำดับปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายกตามลำดับอาวุโสไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุม เฉพาะในการประชุมคราวนั้น
   
ข้อ 19. การประชุมคณะกรรมการ ให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยสองเดือนต่อครั้ง อนึ่ง ในกรณีจำเป็นนายกสมาคมหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทน หรือกรรมการรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดจะร้องให้เรียกประชุมพิเศษขึ้นก็ได้ โดยจะต้องให้กรรมการทุกท่านทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
   
ข้อ 20. การเข้ารับหน้าที่ของคณะกรรมการ เมื่อมีการเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ให้กรรมการซึ่งพ้นตำแหน่งส่งมอบงานให้แก่กรรมการชุดใหม่ภายในสามสิบวัน
   

ข้อ 21.

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ มีดังนี้

1. จัดดำเนินการและทรัพย์สินของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับ และมติของที่ประชุม
2. แต่งตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่างๆในคณะกรรมการ
3. วางระเบียบการในการปฎิบัติงานของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
4. ว่าจ้างแต่งตั้ง และถอดถอน ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ อนุกรรมการ เจ้าหน้าที่ และพนักงาน ทั้งปวงในการดำเนินกิจการเฏพาะอย่าง หรือพิจารณาเรื่องต่างๆ อันอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของสมาคม เพื่อให้การดำเนินของสมาคมเป็นไปโดยเรียบร้อย ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ และอนุกรรมการดังกล่าวจะแต่งตั้งจากกรรมการ หรือสมาชิกของสมาคม หรือบุคคลภายนอกก็ได้
ข้อ 22.

อำนาจหน้าที่กรรมการตำแหน่งต่าง ๆ มีดังนี้

1. นายกสมาคม มีหน้าที่อำนวยการ เพื่อให้การดำเนินการของสมาคม เป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบการ ในการปฏิบัติงาน ของสมาคม เป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ ตลอดจน ในที่ประชุมใหญ่
2. อุปนายก มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายกสมาคมในกิจการทั้งปวง อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกสมาคม และเป็นผู้ทำหน้าที่ แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ รวมทั้งกิจการอื่น ๆ ที่นายกสมาคม ได้มอบหมาย
3. เลขาธิการ มีหน้าที่ทำการโต้ตอบหนังสือ เก็บรักษาเอกสารต่าง ๆ ของสมาคม เป็นเลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการ และที่ประชุมใหญ่ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย
4. เหรัญญิก มีหน้าที่รักษาและจ่ายเงินของสมาคม ทำบัญชีการเงิน งบดุล เก็บรักษาและจ่ายพัสดุของสมาคม ติดตามทวงค่าสมาชิกรายปี และนำเงินฝากธนาคารที่เชื่อถือได้ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการ จะได้มอบหมาย
5. ปฏิคม มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของสถานที่ รักษาสมุดเยี่ยม จัดสถานที่ประชุม และจัดสถานที่ ในวาระที่สมาคม มีกิจกรรม ดูแลต้อนรับตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย
6. ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เกี่ยวกับการเชิญชวนหาสมาชิก โฆษณากิจการและผลงานด้านต่าง ๆ ของสมาคม ตลอดจน ปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย
7. สมาชิกสัมพันธ์ มีหน้าที่เกี่ยวกับการแจ้งข่าวสารของสมาชิกและจัดทำกิจกรรมเพื่อเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิก ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย
8. วิชาการและกิจกรรมพิเศษ มีหน้าที่จัดกิจกรรมเสริมสร้างวิชาการความรู้ให้กับสมาชิก จัดให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทางด้านวิชาการ และประสบการณ์ระหว่างสมาชิกตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย
9. นายทะเบียนสถิติและข้อมูล มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนสมาชิกและทะเบียนต่าง ๆ อันมิใช่ทะเบียนที่เกี่ยวกับการเงิน จัดทำสถิติและข้อมูลที่เกี่ยวกับการดำเนินการตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย
   
ข้อ 23. ภายใต้บังคับแห่งความในหมวดนี้ ให้นำความในหมวดที่ 4 การประชุมใหญ่มาใช้บังคับ โดยอนุโลม
ข้อ 24.

การประชุมใหญ่ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สมาชิกอย่างน้อยปีละครั้ง การประชุมใหญ่เช่นนี้เรียกว่า การประชุมใหญ่สามัญ

การประชุมใหญ่คราวอื่นนอกจากประชุมใหญ่ตามวรรคก่อน เรียกว่า การประชุมใหญ่วิสามัญ

   
ข้อ 25.
ประธานในที่ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกผู้มีอาวุโสตามลำดับทำหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น
   

ข้อ 26.

 

กำหนดการประชุมใหญ่

1. ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีภายในวันที่ 30 เมษายน ของทุกปี
2. ถ้ามีเหตุใดเหตุหนึ่งซึ่งคณะกรรมการมีมติเห็นสมควร หรือสมาชิกมีจำนวนไม่น้อยกว่า หนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิก ทั้งหมด แสดงความจำนง โดยการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อเลขาธิการ หรือกรรมการผู้ที่ทำหน้าที่แทน เลขาธิการ ให้คณะกรรมการนัดประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่ลงมติหรือวันที่ได้รับหนังสือ
   
ข้อ 27.
องค์ประชุมในการประชุมใหญ่ ในการประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมไม่น้อยกว่า หนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงจะถือเป็นองค์ประชุม
   
ข้อ 28.
การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุม คณะกรรมการจะต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึงวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ไปให้สมาชิกทุกคนได้ทราบโดยส่งจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของสมาชิกที่ปรากฏอยู่ในทะเบียนหรือส่งให้ถึงตัวสมาชิกก่อนกำหนดวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
การจัดส่งหนังสือบอกกล่าวตามวรรคแรกให้ส่งสำเนาบันทึกรายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่แล้ว(ถ้ามี)ไปด้วย ในกรณีที่เป็นการนัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีจะต้องแนบสำเนารายงานการประชุมประจำปีและสำเนางบดุล รวมทั้งสำเนาบัญชีรายรับ-รายจ่าย ซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วเพิ่มเติมไปด้วย
   
ข้อ 29.
กรณีที่การประชุมในครั้งแรกสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม หากล่วงพ้นกำหนดเวลานัดไปแล้วหนึ่งชั่วโมง ยังมีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ถ้าการประชุมใหญ่คราวนั้นได้เรียกนัดเพราะสมาชิกร้องขอ ให้เลิกการประชมใหญ่นั้น ถ้ามิใช่เพราะสมาชิกร้องขอให้เลื่อนการประชุมและให้ทำการบอกกล่าวนัดประชุม วัน เวลา และสถานที่ประชุมใหญ่นี้อีกครั้งหนึ่งภายในกำหนดเวลาสิบห้าวันนับแต่วันประชุมใหญ่คราวแรก ในการประชุมใหญ่คราวหลังนี้จะมีสมาชิกมากน้อยเพียงใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม
   
ข้อ 30.
วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ สมาชิกสามัญเท่านั้นที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และสมาชิกคนหนึ่งๆ มีคะแนนเสียงหนึ่งคะแนนเสียง
ในการประชุมใดๆ ข้อมติอันเสนอให้ลงคะแนนให้ตัดสินด้วยวิธีชูมือ หรือวิธีการอื่นใดอันเป็นการเปิดเผยว่าสมาชิกใดลงคะแนนเช่นไร เว้นแต่เมื่อก่อนหรือในเวลาที่แสดงผลแห่งการชูมือนั้น คณะกรรมการเห็นสมควรหรือได้มีสมาชิกสามัญสองคนเป็นอย่างน้อยร้องขอให้ลงคะแนนลับ
   
ข้อ 31. มติของที่ประชุมใหญ่ นอกจากว่าจะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันจะเป็นการชูมือก็ดี การลงคะแนนลับก็ดี หรือด้วยวิธีการอื่นใดก็ดี ให้ผู้เป็นประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
   

ข้อ 32.

 

กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่ มีดังนี้

1. รับรองรายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่ผ่านมา
2. พิจารณารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบปี(ถ้ามี)
3. พิจารณาอนุมัติงบดุล(ถ้ามี)
4. เลือกตั้งคณะกรรมการ(ในปีที่ครบวาระ)
5. แต่งตั้งที่ปรึกษาของสมาคมประจำปี ผู้สอบบัญชีของสมาคมประจำปี และกำหนดค่าตอบแทน(ถ้ามี)
6. กิจการที่ต้องกระทำโดยอาศัยมติจากที่ประชุมใหญ่
   
ข้อ 33. การจัดทันทึกรายงานการประชุม รายงานการประชุมคณะกรรมการ การประชุมใหญ่ให้จดบันทึกไว้ทุกครั้ง และต้องเสนอต่อที่ประชุมเพื่อรับรองในคราวที่มีการประชุมครั้งต่อไป รายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองแล้ว สมาชิกจะดูได้ในวันและเวลาทำการ

ข้อ 34. วันสิ้นปีทางบัญชี ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคม
   
ข้อ 35. การจัดทำงบดุล ให้คณะกรรมการจัดทำงบดุลที่เป็นอยู่ ณ วันสิ้นปีทางบัญชีนั้น แล้วส่งให้ผู้สอบบัญชี โดยผู้สอบบัญชีจะต้องตรวจสอบให้เสร็จก่อนวันประชุมใหญ่ประจำปีไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
งบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้ว คณะกรรมการต้องดำเนินการเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญ เพื่อพิจารณาอนุมัติภายในวันที่ 30 เมษายน ของทุกปี
เมื่อเสนองบดุลให้คณะกรรมการเสนอรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมต่อที่ประชุมใหญ่ด้วย
อนึ่ง ให้เก็บรักษารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมกับงบดุลไว้ที่สำนักงานของสมาคม เพื่อให้สมาชิกขอตรวจดูได้
   
ข้อ 36. อำนาจผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีมีอำนาจเข้าตรวจสอบสรรพสมุดบัญชี และบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงินของสมาคม และมีสิทธิสอบถามกรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีและเอกสารดังกล่าว ในการนี้กรรมการและเจ้าหน้าที่จะต้องช่วยเหลือและให้ความสะดวกทุกประการเพื่อการตรวจสอบเช่นว่านั้น
   
ข้อ 37. การเก็บรักษาสมุดบัญชีและเอกสารการเงิน จะต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของสมาคม และให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของเหรัญญิก
   
ข้อ 38.  การเงินสมาคม เงินสดของสมาคมจะต้องนำฝากไว้ ณ ธนาคารพาณิชย์แห่งใดแห่งหนึ่งในนามของสมาคมโดยความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการ
ให้มีเงินสำรองจ่ายเกี่ยวกับกิจกรรมของสมาคมไม่เกินวงเงิน 5,000 บาท(ห้าพันบาท) ในการนี้เหรัญญิกเป็นผู้รับผิดชอบและเก็บรักษาเงิน
การฝากและการถอนเงินจากธนาคาร ให้อยู่ในอำนาจของนายกสมาคม หรืออุปนายก หรือกรรมการคนใดคนหนึ่ง โดยมติของที่ประชุมคณะกรรมการ ลงนามร่วมกันกับเหรัญญิกหรือเลขาธิการ (รายรับทุกประเภทให้นำฝากธนาคารในวันทำการของธนาคารวันถัดไป)
   
ข้อ 39.  การจ่ายเงินของสมาคม ให้นายกสมาคม อุปนายก หรือเลขาธิการ คนใดคนหนึ่งมีอำนาจสั่งจ่ายเงินเกี่ยวกับกิจการของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาท)
ในการจ่ายเงินครั้งละเกินกว่า 20,000 บาท (สองหมื่นบาท) ให้กระทำโดยมติจากที่ประชุมคณะกรรมการทุกครั้งไป
   
ข้อ 40.  เงินทุนพิเศษ สมาคมอาจหาเงินทุนพิเศษเพื่อมาดำเนินกิจการ และส่งเสริมความก้าวหน้าของสมาคมได้ โดยการเชื้อเชิญบุคคลภายนอก และสมาชิกร่วมกันบริจาค หรือกระทำการอื่นใดตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร และไม่ขัดต่อกฎหมาย

ข้อ 41.  การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัดทอนหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ จะกระทำได้แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามขอ+งจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด
   

ข้อ 42.

การเลิกสมาคม สมาคมนี้อาจเลิกได้ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้

1. เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด
2. เมื่อล้มละลาย
3. ต้องยกเลิกโดยกฎหมาย
   
ข้อ 43. การชำระบัญชี เมื่อสมาคมนี้ต้องเลิกไปเพราะเหตุหนึ่งเหตุใดดังกล่าว ให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นลงมติเลือกตั้งกรรมการดำเนินการชำระบัญชีด้วย เพื่อทำการชำระบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย จนเสร็จสิ้น หากมีทรัพย์สินของสมาคมเหลือจากการชำระบัญชี ให้ยกให้แก่นิติบุคคลในประเทศไทย ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะแห่งหนึ่งแห่งใด หรือหลายแห่งตามมติของที่ประชุมใหญ่

สมาชิกที่ชำระค่าลงทะเบียนแรกเข้าในอัตราเดิม 150 บาท ตามข้อบังคับของสมาคมฉบับก่อนหน้านี้ไม่ต้องชำระเพิ่มอีก 350 บาท