| 

|
| ข้อ 1. |
สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมเดอะบอสส์ (THE BOSS ASSOCIATION) |
| |
|
| ข้อ 2. |
| เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นรูป อักษรตัว
บี ที่เป็นรูปนกอินทรีบินเฉียงขึ้นไป 45 องศา |
|
|
|
รูปของเครื่องหมายสมาคม |
|
| |
|
| ข้อ 3. |
สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ เลขที่ 8/20 หมู่ 7 ถนนกาญจนาภิเษก
แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 |
| |
|
|
ข้อ 4. |
วัตถุประสงค์ของสมาคมเพื่อ
4.1 เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการศึกษาและเพิ่มพูนสมรรถภาพของสมาชิก
4.2 ส่งเสริมลู่ทางในการร่วมมือกันทางด้านธุรกิจและการลงทุนในหมู่สมาชิกของสมาคม
4.3 ส่งเสริมสามัคคีธรรมและความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่สมาชิก
4.4 พบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนข่าวสาร ความคิดเห็น และประสบการณ์
ของสมาชิก
4.5 ส่งเสริมจรรยาบรรณของนักบริหารบนพื้นฐานของคุณธรรม อันเป็นประโยชน์ต่าสังคมและประเทศชาติ
4.6 ดำเนินการและร่วมมือกับองค์การการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณะประโยชน์
4.7 สมาคมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองใด ๆ |
|
|
|
|
|
|
ข้อ 5. |
ประเภทสมาชิก สมาชิกของสมาคมแบ่งออกเป็น
2 ประเภท
| 5.1 |
สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลที่ทางสถาบันการบริหารและจิตวิทยา
(MANAGEMENT AND PSYCHOLOGY) พิจารณารับเข้าไปฝึกอบรมหลักสูตร
THE BOSS |
| 5.2 |
สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลที่คณะกรรมการสมาคมเห็นว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือเป็นผู้ที่มีอุปการะคุณ แก่สมาคม ซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับสมาชิกของสมาคม
โดยคณะกรรมการได้เชิญเข้ามา เพื่อเป็นผู้อุปถัมภ์ หรือเป็นเกียรติแก่สมาคม
และบุคคลผู้นั้นตอบตกลงรับคำเชิญ |
|
| |
|
|
ข้อ 6. |
สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
| 6.1 |
เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว |
| 6.2 |
ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย บุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ |
| 6.3 |
ไม่เคยเป็นบุคคลที่เคยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลมาก่อน
เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่อัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ
หรือความผิดซึ่งกระทำโดยประมาท |
| 6.4 |
ไม่เป็นโรคอันพึงรังเกียจของสังคม |
| 6.5 |
เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย |
|
| |
|
|
ข้อ 7.
|
ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม
| 7.1 สมาชิกสามัญ |
|
7.1.1 |
ชำระค่าบำรุงสมาคมโดยการต่ออายุสมาชิกเป็นรายปี
- ค่าลงทะเบียนแรกเข้า 500 บาท (ห้าร้อยบาท)
- ค่าบำรุงสมาคมประจำปี ปีละ 500 บาท (ห้าร้อยบาท)
รวมค่าสมาชิกแรกเข้า 1,000 บาท (หนึ่งพันบาท) |
|
7.1.2 |
ชำระค่าบำรุงสมาคมโดยการสมัครเป็นสมาชิกตลอดชีพ
- ค่าลงทะเบียนแรกเข้า 500 บาท (ห้าร้อยบาท)
- ค่าบำรุงสมาคมตลอดชีพ 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาท)
รวมค่าสมาชิกแรกเข้า 10,500 บาท (หนึ่งหมื่นห้าร้อยบาท) |
| 7.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องชำระค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น |
|
| |
|
ข้อ 8. |
การสมัครสมาชิกของสมาคม ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญของสมาคมจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตาม
ข้อ 5. และ ข้อ 6.
การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการ
นำใบสมัครเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการในคราวต่อไปครั้งแรก หลังจากที่ได้รับใบสมัคร
เมื่อคณะกรรมการมีมติให้รับหรือไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิกให้เลขาธิการมีหนังสือแจ้งให้ผู้นั้นทราบภายใน
15 วัน นับแต่วันลงมติ |
| |
|
| ข้อ 9. |
วันเริ่มสมาชิกภาพ สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ได้ออกหนังสือแจ้งการเป็นสมาชิก |
| |
|
| ข้อ 10. |
สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติ
ให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม |
| |
|
|
ข้อ 11. |
สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
11.1 |
ตาย |
| 11.2 |
ขาดคุณสมบัติของสมาชิกตามข้อ 6. |
| 11.3 |
ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการ
และคณะกรรมการเห็นชอบ |
| 11.4 |
ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย |
| 11.5 |
ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ
หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ |
| 11.6 |
ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก
เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่อัตราโทษไม่สูงกว่า ความผิดลหุโทษ
หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท |
| 11.7 |
คณะกรรมการลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก
โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน กรรมการทั้งหมด ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด
ดังต่อไปนี้
11.7.1 กระทำการใดๆ ที่ทำให้สมาคมเสื่อมเสียชื่อเสียงโดยเจตนา
11.7.2 กระทำการละเมิดข้อบังคับโดยเจตนา
11.7.3 ไม่ชำระเงินค่าบำรุงสมาคมประจำปี และได้รับใบเตือนจากเจ้าหน้าที่ครบสามสิบวันแล้ว |
|
| 11.8 |
ผู้เข้าอบรมในหลักสูตรของสถาบันฯ โดยไม่จบหลักสูตรภายใน
2 ปี |
|
| |
|
|
ข้อ 12. |
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
12.1 สิทธิของสมาชิก
| 12.1.1 |
ได้รับความช่วยเหลือและการสงเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคม
จากสมาคมเท่าที่จะอำนวยให้ |
| 12.1.2 |
เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคม
หรือคณะกรรมการในเรื่องใดๆ อันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคม
เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของสมาคม |
| 12.1.3 |
เข้าร่วมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็น
ซักถามกรรมการ เสนอญัตติในการประชุมใหญ่สมาชิก |
| 12.1.4 |
มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม |
| 12.1.5 |
สมาชิกสามัญเท่านั้นที่มีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่
และมีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการ |
12.2 หน้าที่ของสมาชิก
| 12.2.1 |
ต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ
และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด |
| 12.2.2 |
ดำรงรักษาเกียรติ และผลประโยชน์ของสมาคม
ไม่นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมโดยเด็ดขาด |
| 12.2.3 |
ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของสมาคมให้เจริญรุ่งเรือง
มีความก้าวหน้าอยู่เสมอ |
| 12.2.4 |
ต้องรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีระหว่างสมาชิก |
| 12.2.5 |
ชำระค่าสมาชิกให้แก่สมาคมตามกำหนด |
| 12.2.6 |
สมาชิกผู้ใดเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล
สัญชาติ หรือย้ายที่อยู่ ที่ตั้งสำนักงาน หรือเปลี่ยนแปลงประเภทวิสาหกิจจะต้องแจ้งให้เลขาธิการทราบเป็นหนังสือภายในเวลา
30 วัน นับแต่เปลี่ยนแปลง |
| 12.2.7 |
มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย |
|
|
|
|
|
|
|
ข้อ 13. |
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เป็นผู้บริหารงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
และเป็นผู้แทนของสมาคม ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ประกอบด้วย
สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่าสิบคน
ให้คณะกรรมการรุ่นของเดอะบอสส์จากสถาบัน MANAGEMENTANDPSYCHOLOGYมีสิทธิ์แต่งตั้งตัวแทนเข้าร่วมประชุม
กับคณะกรรมการบริหารสมาคม และมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมเดอะบอสส์
จำนวนรุ่นละสามคน เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่ ครั้งนั้นๆ จะมีมติเป็นอย่างอื่น
การเลือกตั้งนายกสมาคมเดอะบอสส์ ให้กระทำด้วยวิธีลงคะแนนลับ โดยเลือกตั้งจากคณะกรรมการของสมาคม
ซึ่งเป็นตัวแทนรุ่นที่ได้รับเลือกตั้งเข้าเป็นคณะกรรมการสมาคม ซึ่งที่ประชุมใหญ่จะต้องเสนอชื่อ
ผู้มีสิทธิได้รับเลือกตั้ง เป็นนายกสมาคม โดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสามคน
แล้วให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติรับรอง ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุด เป็นนายกสมาคม
ถ้ามีผู้ได้คะแนนสูงสุดเท่ากัน ให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติใหม่เฉพาะผู้ได้คะแนนเท่ากัน
หากปรากฏว่า ได้คะแนนเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลาก
ให้นายกสมาคมที่ได้รับเลือกตั้ง ตั้งคณะกรรมการเพื่อบริหารสมาคมอันประกอบด้วย
ตำแหน่งอุปนายก เลขาธิการ เหรัญญิก ปฏิคม ประชาสัมพันธ์ สมาชิกสัมพันธ์
วิชาการและกิจกรรมพิเศษ นายทะเบียน ซึ่งในแต่ละตำแหน่ง จะประกอบด้วยกรรมการจำนวนไม่เกิน
5 คน และตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ด้วยความเห็นชอบของนายก สมาคม
ที่จะได้กำหนดหน้าที่ตามที่เห็นสมควร
คณะกรรมการบริหารของสมาคมจะเชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่เห็นว่าเหมาะสมมาเป็นกรรมการกิตติมศักดิ์จำนวนเท่าใดก็ได้
โดยได้รับความเห็นชอบของที่ประชุมกรรมการบริหารสมาคม
อนึ่งเพื่อให้การบริหารงานของสมาคมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้คณะกรรมการกิตติมศักดิ์มีหน้าที่คอยให้คำปรึกษา
และคำเสนอแนะช่วยเหลือการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารสมาคม ตลอดจนมีสิทธิ์ในการเข้าร่วมประชุม
กับคณะกรรมการบริหารสมาคม
คณะกรรมการของสมาคมอยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปี
ภายใต้ข้อบังคับของสมาคม นายกสมาคมหรือกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว
อาจได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นนายกสมาคม หรือกรรมการ สมาคมอีกก็ได้
ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม จะได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม
เกินกว่าสองคราว ติดต่อกันมิได้ |
| |
|
|
ข้อ 14. |
การพ้นจากตำแหน่งกรรมการ กรรมการย่อมพ้นจากตำแหน่งในกรณีดังต่อไปนี้
1. ครบกำหนดออกตามวาระ
2. ลาออกโดยคณะกรรมการได้ลงมติอนุมัติแล้ว
3. ขาดจากสมาชิก
4. ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนออกจากการเป็นกรรมการ |
|
| |
|
| ข้อ 15. |
กรณีที่มีกรรมการพ้นจากตำแหน่งกรรมการก่อนครบกำหนดออกตามวาระ
คณะกรรมการอาจตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งให้เป็นกรรมการแทนได้ แต่กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งแทนนี้ให้เป็นกรรมการอยู่ได้ตามวาระของผู้ที่ตนทดแทน
กรณีที่คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะหรือดำรงตำแหน่งน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดก่อนครบกำหนดวาระ
ให้คณะกรรมการซึ่งอยู่ในตำแหน่งในเวลานั้น ดำเนินการจัดประชุมใหญ่สมาชิกเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่
คณะกรรมการซึ่งได้รับเลือกนั้งตามวรรคก่อน อยู่ในตำแหน่งได้ตามวาระของคณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งไป |
| |
|
| ข้อ 16. |
องค์ประชุมในการประชุมของคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด
จึงจะนับว่าเป็นองค์ประชุม
ในกรณีที่มีจำนวนกรรมการในคณะกรรมการมาประชุมน้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด
กรรมการที่เหลืออยู่ย่อมทำกิจการได้ เฉพาะแต่เรื่องที่จะตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่ง
หรือหลายคนเป็นกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง หรือนัดเรียกประชุมใหญ่
หรือกระทำกิจการอันสมควรทุกอย่างเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของสมาคมเท่านั้น |
| |
|
| ข้อ 17. |
มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ผู้เป็นประธานในที่ประชุมมีคะแนนเสียงอีกเสียงหนึ่งเป็นผู้ชี้ขาด |
| |
|
| ข้อ 18. |
ประธานในที่ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อุปนายกผู้อาวุโสตามลำดับปฏิบัติหน้าที่แทน
ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายกตามลำดับอาวุโสไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุม เฉพาะในการประชุมคราวนั้น |
| |
|
| ข้อ 19. |
การประชุมคณะกรรมการ ให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยสองเดือนต่อครั้ง
อนึ่ง ในกรณีจำเป็นนายกสมาคมหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทน หรือกรรมการรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดจะร้องให้เรียกประชุมพิเศษขึ้นก็ได้
โดยจะต้องให้กรรมการทุกท่านทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน |
| |
|
| ข้อ 20. |
การเข้ารับหน้าที่ของคณะกรรมการ เมื่อมีการเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ให้กรรมการซึ่งพ้นตำแหน่งส่งมอบงานให้แก่กรรมการชุดใหม่ภายในสามสิบวัน |
| |
|
|
ข้อ 21. |
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ มีดังนี้
| 1. |
จัดดำเนินการและทรัพย์สินของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับ
และมติของที่ประชุม |
| 2. |
แต่งตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่างๆในคณะกรรมการ |
| 3. |
วางระเบียบการในการปฎิบัติงานของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ |
| 4. |
ว่าจ้างแต่งตั้ง และถอดถอน ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ
อนุกรรมการ เจ้าหน้าที่ และพนักงาน ทั้งปวงในการดำเนินกิจการเฏพาะอย่าง
หรือพิจารณาเรื่องต่างๆ อันอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของสมาคม เพื่อให้การดำเนินของสมาคมเป็นไปโดยเรียบร้อย
ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ และอนุกรรมการดังกล่าวจะแต่งตั้งจากกรรมการ
หรือสมาชิกของสมาคม หรือบุคคลภายนอกก็ได้
|
|
| ข้อ 22. |
อำนาจหน้าที่กรรมการตำแหน่งต่าง ๆ มีดังนี้
| 1. |
นายกสมาคม มีหน้าที่อำนวยการ เพื่อให้การดำเนินการของสมาคม
เป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบการ ในการปฏิบัติงาน ของสมาคม เป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก
และเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ ตลอดจน ในที่ประชุมใหญ่ |
| 2. |
อุปนายก มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายกสมาคมในกิจการทั้งปวง
อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกสมาคม และเป็นผู้ทำหน้าที่ แทนนายกสมาคม
เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ รวมทั้งกิจการอื่น
ๆ ที่นายกสมาคม ได้มอบหมาย |
| 3. |
เลขาธิการ มีหน้าที่ทำการโต้ตอบหนังสือ
เก็บรักษาเอกสารต่าง ๆ ของสมาคม เป็นเลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการ
และที่ประชุมใหญ่ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย |
| 4. |
เหรัญญิก มีหน้าที่รักษาและจ่ายเงินของสมาคม ทำบัญชีการเงิน
งบดุล เก็บรักษาและจ่ายพัสดุของสมาคม ติดตามทวงค่าสมาชิกรายปี
และนำเงินฝากธนาคารที่เชื่อถือได้ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการ
จะได้มอบหมาย
|
| 5. |
ปฏิคม มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของสถานที่
รักษาสมุดเยี่ยม จัดสถานที่ประชุม และจัดสถานที่ ในวาระที่สมาคม
มีกิจกรรม ดูแลต้อนรับตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย
|
| 6. |
ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เกี่ยวกับการเชิญชวนหาสมาชิก
โฆษณากิจการและผลงานด้านต่าง ๆ ของสมาคม ตลอดจน ปฏิบัติหน้าที่ต่าง
ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย
|
| 7. |
สมาชิกสัมพันธ์ มีหน้าที่เกี่ยวกับการแจ้งข่าวสารของสมาชิกและจัดทำกิจกรรมเพื่อเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิก
ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย
|
| 8. |
วิชาการและกิจกรรมพิเศษ มีหน้าที่จัดกิจกรรมเสริมสร้างวิชาการความรู้ให้กับสมาชิก
จัดให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทางด้านวิชาการ และประสบการณ์ระหว่างสมาชิกตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น
ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย |
| 9. |
นายทะเบียนสถิติและข้อมูล มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนสมาชิกและทะเบียนต่าง
ๆ อันมิใช่ทะเบียนที่เกี่ยวกับการเงิน จัดทำสถิติและข้อมูลที่เกี่ยวกับการดำเนินการตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ต่าง
ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย |
|
| |
|
| ข้อ 23. |
ภายใต้บังคับแห่งความในหมวดนี้ ให้นำความในหมวดที่ 4 การประชุมใหญ่มาใช้บังคับ
โดยอนุโลม |
|
|
|
|
ข้อ 24.
|
การประชุมใหญ่ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สมาชิกอย่างน้อยปีละครั้ง
การประชุมใหญ่เช่นนี้เรียกว่า การประชุมใหญ่สามัญ
การประชุมใหญ่คราวอื่นนอกจากประชุมใหญ่ตามวรรคก่อน เรียกว่า การประชุมใหญ่วิสามัญ |
| |
|
ข้อ 25.
|
ประธานในที่ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้อุปนายกผู้มีอาวุโสตามลำดับทำหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้ที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น |
| |
|
|
ข้อ 26.
|
กำหนดการประชุมใหญ่
| 1. |
ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีภายในวันที่ 30 เมษายน ของทุกปี
|
| 2. |
ถ้ามีเหตุใดเหตุหนึ่งซึ่งคณะกรรมการมีมติเห็นสมควร หรือสมาชิกมีจำนวนไม่น้อยกว่า
หนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิก ทั้งหมด แสดงความจำนง โดยการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อเลขาธิการ
หรือกรรมการผู้ที่ทำหน้าที่แทน เลขาธิการ ให้คณะกรรมการนัดประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนดสามสิบวัน
นับแต่วันที่ลงมติหรือวันที่ได้รับหนังสือ |
|
| |
|
ข้อ 27.
|
องค์ประชุมในการประชุมใหญ่ ในการประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมไม่น้อยกว่า
หนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงจะถือเป็นองค์ประชุม |
| |
|
ข้อ 28.
|
การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุม คณะกรรมการจะต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึงวัน
เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ไปให้สมาชิกทุกคนได้ทราบโดยส่งจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
ณ ที่อยู่ของสมาชิกที่ปรากฏอยู่ในทะเบียนหรือส่งให้ถึงตัวสมาชิกก่อนกำหนดวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
การจัดส่งหนังสือบอกกล่าวตามวรรคแรกให้ส่งสำเนาบันทึกรายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่แล้ว(ถ้ามี)ไปด้วย
ในกรณีที่เป็นการนัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีจะต้องแนบสำเนารายงานการประชุมประจำปีและสำเนางบดุล
รวมทั้งสำเนาบัญชีรายรับ-รายจ่าย ซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วเพิ่มเติมไปด้วย |
| |
|
ข้อ 29.
|
กรณีที่การประชุมในครั้งแรกสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม หากล่วงพ้นกำหนดเวลานัดไปแล้วหนึ่งชั่วโมง
ยังมีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ถ้าการประชุมใหญ่คราวนั้นได้เรียกนัดเพราะสมาชิกร้องขอ
ให้เลิกการประชมใหญ่นั้น ถ้ามิใช่เพราะสมาชิกร้องขอให้เลื่อนการประชุมและให้ทำการบอกกล่าวนัดประชุม
วัน เวลา และสถานที่ประชุมใหญ่นี้อีกครั้งหนึ่งภายในกำหนดเวลาสิบห้าวันนับแต่วันประชุมใหญ่คราวแรก
ในการประชุมใหญ่คราวหลังนี้จะมีสมาชิกมากน้อยเพียงใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม |
| |
|
ข้อ 30.
|
วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ สมาชิกสามัญเท่านั้นที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
และสมาชิกคนหนึ่งๆ มีคะแนนเสียงหนึ่งคะแนนเสียง
ในการประชุมใดๆ ข้อมติอันเสนอให้ลงคะแนนให้ตัดสินด้วยวิธีชูมือ หรือวิธีการอื่นใดอันเป็นการเปิดเผยว่าสมาชิกใดลงคะแนนเช่นไร
เว้นแต่เมื่อก่อนหรือในเวลาที่แสดงผลแห่งการชูมือนั้น คณะกรรมการเห็นสมควรหรือได้มีสมาชิกสามัญสองคนเป็นอย่างน้อยร้องขอให้ลงคะแนนลับ |
| |
|
| ข้อ 31. |
มติของที่ประชุมใหญ่ นอกจากว่าจะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้
ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันจะเป็นการชูมือก็ดี
การลงคะแนนลับก็ดี หรือด้วยวิธีการอื่นใดก็ดี ให้ผู้เป็นประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด |
| |
|
|
ข้อ 32.
|
กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่ มีดังนี้
1. รับรองรายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่ผ่านมา
2. พิจารณารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบปี(ถ้ามี)
3. พิจารณาอนุมัติงบดุล(ถ้ามี)
4. เลือกตั้งคณะกรรมการ(ในปีที่ครบวาระ)
5. แต่งตั้งที่ปรึกษาของสมาคมประจำปี ผู้สอบบัญชีของสมาคมประจำปี
และกำหนดค่าตอบแทน(ถ้ามี)
6. กิจการที่ต้องกระทำโดยอาศัยมติจากที่ประชุมใหญ่ |
|
| |
|
| ข้อ 33. |
การจัดทันทึกรายงานการประชุม รายงานการประชุมคณะกรรมการ การประชุมใหญ่ให้จดบันทึกไว้ทุกครั้ง
และต้องเสนอต่อที่ประชุมเพื่อรับรองในคราวที่มีการประชุมครั้งต่อไป รายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองแล้ว
สมาชิกจะดูได้ในวันและเวลาทำการ |
|
|
|

|
| ข้อ 34. |
วันสิ้นปีทางบัญชี ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคม
|
| |
|
| ข้อ 35. |
การจัดทำงบดุล ให้คณะกรรมการจัดทำงบดุลที่เป็นอยู่ ณ วันสิ้นปีทางบัญชีนั้น
แล้วส่งให้ผู้สอบบัญชี โดยผู้สอบบัญชีจะต้องตรวจสอบให้เสร็จก่อนวันประชุมใหญ่ประจำปีไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
งบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้ว คณะกรรมการต้องดำเนินการเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญ
เพื่อพิจารณาอนุมัติภายในวันที่ 30 เมษายน ของทุกปี
เมื่อเสนองบดุลให้คณะกรรมการเสนอรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมต่อที่ประชุมใหญ่ด้วย
อนึ่ง ให้เก็บรักษารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมกับงบดุลไว้ที่สำนักงานของสมาคม
เพื่อให้สมาชิกขอตรวจดูได้ |
| |
|
| ข้อ 36. |
อำนาจผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีมีอำนาจเข้าตรวจสอบสรรพสมุดบัญชี และบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงินของสมาคม
และมีสิทธิสอบถามกรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีและเอกสารดังกล่าว
ในการนี้กรรมการและเจ้าหน้าที่จะต้องช่วยเหลือและให้ความสะดวกทุกประการเพื่อการตรวจสอบเช่นว่านั้น |
| |
|
| ข้อ 37. |
การเก็บรักษาสมุดบัญชีและเอกสารการเงิน จะต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของสมาคม
และให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของเหรัญญิก |
| |
|
| ข้อ 38. |
การเงินสมาคม เงินสดของสมาคมจะต้องนำฝากไว้ ณ ธนาคารพาณิชย์แห่งใดแห่งหนึ่งในนามของสมาคมโดยความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการ
ให้มีเงินสำรองจ่ายเกี่ยวกับกิจกรรมของสมาคมไม่เกินวงเงิน 5,000 บาท(ห้าพันบาท)
ในการนี้เหรัญญิกเป็นผู้รับผิดชอบและเก็บรักษาเงิน
การฝากและการถอนเงินจากธนาคาร ให้อยู่ในอำนาจของนายกสมาคม หรืออุปนายก
หรือกรรมการคนใดคนหนึ่ง โดยมติของที่ประชุมคณะกรรมการ ลงนามร่วมกันกับเหรัญญิกหรือเลขาธิการ
(รายรับทุกประเภทให้นำฝากธนาคารในวันทำการของธนาคารวันถัดไป) |
| |
|
| ข้อ 39. |
การจ่ายเงินของสมาคม ให้นายกสมาคม อุปนายก หรือเลขาธิการ คนใดคนหนึ่งมีอำนาจสั่งจ่ายเงินเกี่ยวกับกิจการของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน
20,000 บาท (สองหมื่นบาท)
ในการจ่ายเงินครั้งละเกินกว่า 20,000 บาท (สองหมื่นบาท) ให้กระทำโดยมติจากที่ประชุมคณะกรรมการทุกครั้งไป |
| |
|
| ข้อ 40. |
เงินทุนพิเศษ สมาคมอาจหาเงินทุนพิเศษเพื่อมาดำเนินกิจการ และส่งเสริมความก้าวหน้าของสมาคมได้
โดยการเชื้อเชิญบุคคลภายนอก และสมาชิกร่วมกันบริจาค หรือกระทำการอื่นใดตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
และไม่ขัดต่อกฎหมาย |
|
|
| 
|
| ข้อ 41. |
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัดทอนหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ จะกระทำได้แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่
ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามขอ+งจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด |
| |
|
|
ข้อ 42. |
การเลิกสมาคม สมาคมนี้อาจเลิกได้ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้
1. เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด
2. เมื่อล้มละลาย
3. ต้องยกเลิกโดยกฎหมาย |
|
| |
|
| ข้อ 43. |
การชำระบัญชี เมื่อสมาคมนี้ต้องเลิกไปเพราะเหตุหนึ่งเหตุใดดังกล่าว
ให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นลงมติเลือกตั้งกรรมการดำเนินการชำระบัญชีด้วย
เพื่อทำการชำระบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย จนเสร็จสิ้น หากมีทรัพย์สินของสมาคมเหลือจากการชำระบัญชี
ให้ยกให้แก่นิติบุคคลในประเทศไทย ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะแห่งหนึ่งแห่งใด
หรือหลายแห่งตามมติของที่ประชุมใหญ่ |
|
|
|

|
สมาชิกที่ชำระค่าลงทะเบียนแรกเข้าในอัตราเดิม 150 บาท ตามข้อบังคับของสมาคมฉบับก่อนหน้านี้ไม่ต้องชำระเพิ่มอีก
350 บาท
|
| |